วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ความหมายของข้อมูลและสารสนเทศ


         
ข้อมูล (Data)   หมายถึง   ข้อเท็จจริงหรือเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับสิ่งต่าง ๆ เช่น คน สัตว์ สิ่งของสถานที่ ฯลฯ โดยอยู่ในรูปแบบที่ เหมาะสมต่อการสื่อสาร การแปลความหมายและการประมวลผล    ซึ่งข้อมูลอาจจะได้มาจากการสังเกต การรวบรวม การวัด ข้อมูลเป็นได้ทั้งข้อมูลตัวเลขหรือสัญญลักษณ์ใด ๆ ที่สำคัญจะต้องมีความเป็นจริงและต่อเนื่องตัวอย่างของข้อมูล เช่น คะแนนสอบ ชือนักเรียน  เพศ  อายุ เป็นต้น
          สารสนเทศ (Information) หมายถึง ข้อมูลที่ได้ผ่านกระบวนการประมวลผลแล้ว อาจใช้วิธีง่าย ๆ
 
เช่น หาค่าเฉลี่ยหรือใช้เทคนิคขั้นสูง เช่น การวิจัยดำเนินงาน  เป็นต้น  เพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพข้อมูลทั่วไปให้อยู่ในรูปแบบที่มีความสัมพันธ์หรือมี ความเกี่ยวข้องกัน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจหตือตอบปัญหาต่าง ๆ ได้ สารสนเทศประกอบด้วยข้อมูลเอกสาร เสียง หรือรูปภาพต่าง ๆ แต่จัดเนื้อเรื่องให้อยู่ในรูปที่มีความหมาย  สารสนเทศไม่ใช่จำกัดเฉพาะเพียงตัวเลขเพียงอย่างเดียวเท่านั้น 
การ ทำข้อมูลให้เป็นสารสนเทศที่จะเป็นประโยชน์ต่อการใช้งาน จำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการดำเนินการ เริ่มตั้งแต่การรวบรวมและตรวจสอบข้อมูล การดำเนินการประมวลผลข้อมูลให้กลายเป็นสารสนเทศ และการดูแลรักษาสารสนเทศ เพื่อการใช้งาน.............................
1. การรวบรวมและตรวจสอบข้อมูลควรประกอบด้วย
      การรวบรวมข้อมูล เป็น เรื่องของการเก็บรวบรวมข้อมูลซึ่งมีจำนวนมาก และต้องเก็บให้ได้อย่างทันเวลา เช่น ข้อมูลการลงทะเบียนเรียนของนักเรียน ข้อมูลประวัติบุคลากร ปัจจุบันมีเทคโนโลยีช่วยในการจัดเก็บอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น การป้อนข้อมูลเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ การอ่านข้อมูลจากรหัสแท่ง การตรวจใบลงทะเบียนที่มีการฝนดินสอดำในตำแหน่งต่าง ๆ เป็นวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลเช่นกัน 
       การตรวจสอบข้อมูล เมื่อ มีการเก็บรวบรวมข้อมูลแล้วจำเป็นต้องมีการตรวจสอบข้อมูล เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ข้อมูลที่เก็บเข้าในระบบจะต้องมีความน่าเชื่อถือ หากพบที่ผิดพลาดต้องแก้ไข การตรวจสอบข้อมูลมีหลายวิธี เช่น การใช้ผู้ป้อนข้อมูลสองคนป้อนข้อมูลชุดเดียวกัน เข้าเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วเปรียบเทียบกัน หรือตั้งกฎเกณฑ์ให้คอมพิวเตอร์ตรวจสอบ
2. การประมวลผลข้อมูล ประกอบด้วยกิจกรรมดังต่อไปนี้
      
การจัดกลุ่มข้อมูล ข้อมูล ที่จัดเก็บจะต้องมีการแบ่งแยกกลุ่ม เพื่อเตรียมไว้สำหรับการ ใช้งาน การแบ่งแยกกลุ่มมีวิธีการที่ชัดเจน เช่น ข้อมูลในโรงเรียนมีการแบ่งเป็นแฟ้มประวัตินักเรียน และแฟ้มลงทะเบียน เพื่อความสะดวกในการค้นหา
       การจัดเรียงข้อมูล เมื่อ จัดแบ่งกลุ่มเป็นแฟ้มแล้ว ควรมีการจัดเรียงข้อมูลตามลำดับ ตัวเลข หรือตัวอักษร หรือเพื่อให้เรียกใช้งานได้ง่าย ประหยัดเวลา ตัวอย่างการจัดเรียงข้อมูล เช่น การจัดเรียงบัตรข้อมูลผู้แต่งหนังสือ ในตู้บัตรรายการของห้องสมุดตามลำดับตัวอักษร การจัดเรียงชื่อคนในสมุดรายนามผู้ใช้โทรศัพท์ตามลำดับตัวอักษร
       การสรุปผล บางครั้งข้อมูลที่จัดเก็บมีจำนวนมาก จำเป็นต้องมีการสรุปผลหรือสรุปรายงาน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ ข้อมูลที่สรุปได้นี้อาจสื่อความหมายได้ดีกว่า เช่น สถิติจำนวนนักเรียนแยกตามชั้นเรียนแต่ละชั้น 
       การคำนวณข้อมูลที่ เก็บรวบรวมมีเป็นจำนวนมากข้อมูลบางส่วน เป็นข้อมูลตัวเลขที่สามารถนำไปคำนวณ เพื่อหาผลลัพธ์บางอย่างได้ ดังนั้นการสร้างสารสนเทศจากข้อมูลจึงอาศัยการคำนวณข้อมูลที่เก็บไว้ด้วย เช่น การคำนวณเกรดเฉลี่ยของนักเรียนแต่ละคน
3. การดูแลรักษาข้อมูลประกอบด้วยกิจกรรมต่อไปนี้ 
      การเก็บรักษาข้อมูล  หมายถึง การนำข้อมูลมาบันทึกเก็บไว้ในสื่อบันทึกต่าง ๆ เช่น แผ่นบันทึกข้อมูล นอกจากนี้ยังรวมถึงการดูแล และทำสำเนาข้อมูล เพื่อให้ใช้งานต่อไปในอนาคตได้ 
      การทำสำเนาข้อมูล ทำเพื่อที่จะนำข้อมูลเก็บรักษาไว้ หรือนำไปแจกจ่ายในภายหลัง จึงควรคำนึงถึงความจุและความทนทานของสื่อบันทึกข้อมูล 
     การสื่อสารและเผยแพร่ข้อมูล ข้อมูล ต้องกระจายหรือส่งต่อไปยังผู้ใช้งานที่ห่างไกลได้ง่าย การสื่อสารข้อมูลจึงเป็นเรื่องสำคัญและมีบทบาทที่สำคัญยิ่งที่จะทำให้การส่ง ข่าวสารไปยังผู้ใช้ ทำได้รวดเร็วและทันเวลา 
      การปรับปรุงข้อมูล ข้อมูล ที่จัดเก็บไว้มีจุดประสงค์ที่จะเรียกใช้งานได้ต่อไป ดังนั้นข้อมูลจึงต้องมีการปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา และจัดเก็บอย่างเป็นระบบเพื่อการค้นหาได้อย่างรวดเร็ว


วันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

10 วัตถุลึกลับโบราณ ที่ท้าทายทฤษฎี วิวัฒนาการของมนุษย์

OPARTS โอพาร์ทส หรือย่อมาจาก Out Of Place Artifacts นี้แปลตรงตัวแล้วหมายถึง"วัตถุเหนือยุค" หมายถึงวัตถุซึ่งไม่น่าจะมีปรากฏอยู่ในยุคนั้นๆซึ่งถูกสร้างขึ้น ที่มีชื่อเสียงได้แก่ เครื่องบินเจ็ตทองคำ(โคลัมเบีย) กะโหลกคริสตัล(แอสเทคและที่อื่นๆ) รูปวาดนักบิน(มายา) รูปเฮลิคอปเตอร์+รถถัง+เครื่องบินรบ(อียิปต์) ฯลฯ กล่าวกันว่าการค้นพบสิ่งเหล่านี้เป็นหลักฐานว่า ในสมัยโบราณ มนุษย์มีวัฒนธรรมซึ่งล้ำหน้ากว่าที่เราคาดคิดไว้มากนัก ถือเป็นการค้นพบที่พลิกประวัติศาสตร์โลกทีเดียว
ในช่วงหลายร้อยปีมานี้ มีการพบวัตถุลึกลับต่างๆ มากมายทั่วโลก(ไม่ยักมีไทย) ซึ่งวัตถุแต่ละอย่างไม่สอดคล้องกับทฤษฏีความเป็นไปของโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอารยธรรม, ความฉลาดของสมอง, ความคิดของมนุษย์ ฯลฯ และนี้คือ 10 วัตถุโบราณที่กำลังท้าทางคำตอบ ว่ามันคืออะไรกันแน่ และมันมีไว้เพื่ออะไร

อันดับ 10 Klerksdorp sphere

10.jpg 

หรือ The Grooved Spheres เป็นโลหะลึกลับที่มีการค้นพบกว่า 3 ทศวรรษที่ผ่านมา โดยคนงานเหมืองใน Ottosdal เมืองเล็กๆ ในประเทศแอฟริกาใต้ได้ขุดค้นพบวัตถุโลหะทรงกลมลึกลับจำนวนหนึ่ง ขึ้นมาในชั้นหินแร่ไพโรฟิลไลท์ โดยไม่ทราบที่มาและแหล่งกำเนิดได้ว่าแท้จริงแล้วมันคืออะไรกันแน่ มันเป็นวัตถุโลหะทรงกลมลึกลับนี้วัดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางรอบวงได้ประมาณ 1 นิ้วกว่าๆ (0.5-10 ซม.) และมี 2 แบบ คือโลหะสีน้ำเงินอ่อน มีสีขาวเป็นจุดๆ อีกแบบเป็นทรงกลวง ข้างในบรรจุข้าวสาลี และจากการตรวจสอบหาอายุวัตถุลึกลับนี้จากชั้นของหินพบว่ามันมีอายุนานถึง 2,800 ล้านปี!!(ในวีพีมีเดียอังกฤษบอกว่า 3,000 ล้านปี) ซึ่งมันเป็นยุคพรีแคมเบรียน(Precambrian)หรือบรมยุคกำเนิดโลก ดูจากยุคแล้วก็บอกได้แน่นอนว่าไม่มีวิทยาการที่สามารถใช้ไฟหลอมโลหะเป็นทรงกลมได้แน่ๆ แถมเป็นยุคที่ไม่มีมนุษย์อีก ทำให้จนบัดนี้ก็ยังไม่มีใครทราบคำตอบว่าใครเป็นทำโลหะทรงกลมเหล่านั้น?? และทำเพื่ออะไร?? ทำให้ตั้งข้อสมมุติฐานว่าเกิดจากธรรมชาติเท่านั้น.....




อันดับ 9 The Dropa Stones

9.jpg 

ในปี 1938 นักโบราณคดีกลุ่มหนึ่งนำโดยดร.ชีปูเตย (Dr. Chi Pu) ได้เข้าไปสำรวจเทือกเขาเป่ยอัน-คารา-ยูลา Baian-Kara-Ulaในเมืองจีน ได้ค้นพบสิ่งมหัศจรรย์ในถ้ำแห่งหนึ่งเข้า สิ่งมหัศจรรย์นี้เป็นวัตถุอารยธรรมโบราณฝังรูปร่างเหมือนแผ่นศิลาทรงกลมหลายร้อยแผ่นฝังอยู่ฝุ่นตามพื้นถ้ำ ศิลาเหล่านี้วัดเส้นผ่าศูนย์กลางได้ประมาณ 9 นิ้ว แต่ละแผ่นมี รอยสลักเป็นวงกลมที่ศูนย์กลาง แล้วแกะหมุนวนแบบลายก้นหอย ดูคล้ายแผ่นเสียง ทว่ามีอายุราว 10,000-12,000 ปี เมื่อเพ่งพินิจให้ดีก็จะพบว่า ที่จริงแล้ว เส้นสายเหล่านั้นเป็น อักษรภาพตัวเล็กจิ๋วที่บอกเล่าเรื่องราวที่เหลือเชื่อว่า ครั้งหนึ่งเคยมียานอวกาศบินมาตก ที่เทือกเขาแห่งนั้น ยานอวกาศที่ว่ามีนักบินเป็นเผ่าชนที่เรียกตัวเองว่า โดรปา ซึ่งมีการพบซากของมนุษย์ที่อาจเป็นลูกหลานของชนกลุ่มนี้ในถ้ำด้วย




อันดับ 8 The Ica Stones

8.jpg 

ในช่วงทศวรรษ 1930 บิดาของดร.ฮาเวียร์ คาบรีบรา นักมานุษยวิทยาวัฒนธรรม ผู้ศึกษาเรื่องราวของชนพื้นเมืองในเปรู ได้พบหินหลายร้อยก้อนตามหลุมศพของชาวอินคาโบราณ ดร.คาบรีบราได้สานต่องานของพ่อ ด้วยการสะสมก้อนหิน ซึ่งเป็นหินภูเขาไฟเหล่านี้ได้มากถึงกว่า 1,100 ก้อน ซึ่งประมาณว่ามีอายุราว 500-1,500 ปี และต่อมารู้จักกันในชื่อก้อนหินอิคา หินเหล่านี้มีรอยสลัก บางชิ้นเป็นเรื่องราวทางเการแพทย์ เช่นผ่าตัด ตัดหัวใจ และปลูกถ่ายสมอง แต่ที่น่าทึ่งที่สุดก็คือ ภาพสลักรูปไดโนเสาร์ ทั้งบรอนโตซอ รัส ไทรเซอราท็อป สเตโกซอรัส และเทอโรซอร์ รูปของคนขี่ไดโนเสาร์ รูปกล้องโทรทัศน์ แล้วก็แผนที่โลกที่มองลงมาจากทางอากาศ ปัจจุบัน ยังไม่มีนักโบราณคดีคนใดอธิบายเรื่องนี้ได้ แม้นักวิชาการบอกว่า หินอิคาเป็นของที่กุขึ้นมาเอง แต่ก็ไม่เคยมีการ วิจัยเพื่อพิสูจน์ความจริงหรือหักล้างในเรื่องนี้ หินอิคาจึงเป็นก้อนหินที่น่าพิศวงต่อไป




อันดับ 7 Giant Stone Balls of Costa Rica

7.jpg 

เมื่อทศวรรษ 1930 ขณะกำลังหักร้างถางพงในป่าทึบของ ประเทศคอสตาริกาเพื่อทำสวนกล้วย พวกคนงานได้เจอลูกหินขนาดต่างๆ หลายสิบลูก หลายลูกมีรูปร่างกลมดิก ขนาดก็แตกต่างกันไป มีตั้งแต่เท่า ลูกเทนนิสไปจนถึงลูกที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 8 ฟุต หนักถึง 16 ตัน เห็นได้ชัดว่าลูกหินพวกนี้ไม่ได้เกิดเองตามธรรมชาติ แต่เกิดจากน้ำมือของมนุษย์ ปัญหาก็คือไม่ได้พบร่อยรอยมนุษย์ที่อยู่ใกล้เคียงแม้แต่น้อย แม้แต่เศษเครื่องปั้นดินเผาก็พบสักชิ้น มันไม่น่าจะเป็นฝีมือมนุษย์ เพราะว่าลูกบอลยักษ์กลมดิกมาก จากข้อสันนิษฐานพบว่าลูกบอลยักษ์เหล่านี้เกิดขึ้นก่อนมนุษย์จะเกิดเสียอีก คือเกิดในยุคแทร์เซียรีพีเรีนดซึ่งนานกว่า 40 ล้านปีมาแล้ว คนพวกไหนมาสร้างเอาไว้ ทำขึ้นมาด้วยจุดประ สงค์อันใด และที่สำคัญมีเครื่องไม้เครื่องมือหรือเทคโนโลยีอะไรจึงทำลูกหิน ได้กลมเกลี้ยงถึงปานนี้?




อันดับ 6 Oera Linda Book

6.jpg 

"Oera Linda Book เป็นหนังสือของพวก รีสแลนด์(ฟรีสแลนด์เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศเนเธอร์แลนด์) เป็นหนังสือที่เขียนด้วยมือที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ เทพนิยาย และศาสนา ที่ปรากฏออกมาเมื่อศตวรรษที่ 19 หนังสือนี้ประกอบด้วยเรื่องความหายนะ, ชาตินิยมที่ผู้หญิงเป็นผู้นำครอบครัว,เทพนิยาย พบว่ามีการภาษาที่ใช้เขียนเล่มเป็นภาษาของชนชาติยุโรปและของชนชาติอื่นๆ รวมอยู่ด้วย โดยเนื้อหาที่เขียนถูกรวบรวมและจัดเรียงโดย(เจ้า)แม่ผู้นำขนบธรรมเนียมท้องถิ่น ที่อุทิศตัวเป็นนักบวชหญิงของเฟรย่า ( Freya ) เทพีแห่งความรัก บุตรีแห่งมหาเทพ Wralda กับ Irtha มารดาแห่งปฐพี ด้วยเหตุนี้ภาษาที่ใช้จึงเป็นภาษากรีกโบราณและภาษาฟีนิเชี่ยน ฉบับปัจจุบันถูกพบว่าเขียนในปี 1260 ส่วนฉบับที่เก่าแก่กว่าถูกพบว่าเขียนในช่วงระหว่าง2194 ปีก่อนคริสตศักราช ถึง ค.ศ.803 ซึ่งสมัยนั้นไม่มีทางที่เขียนภาษาแบบนี้ได้แน่ๆ แต่กระนั้นก็มีการโต้แย้งว่ามันอาจเขียนขึ้นก่อนหน้านั้นแล้วทำให้ดูเหมือนโบราณเท่านั้น



อันดับ 5 Impossible Fossils
5.jpg 

อย่างที่เราเคยเรียนกันสมัยมัธยม ซากฟอสซิลที่ปรากฏอยู่ตาม ก้อนหินนั้น ต้องใช้เวลาก่อตัวนานนับล้านปี แต่ก็มีฟอสซิลจำนวนหนึ่งซึ่งดูจะ ขัดกับหลักธรณีวิทยาหรือประวัติศาสตร์ ชนิดผิดฝาผิดตัวอย่างสุดๆ เช่น ฟอสซิลรูปมือประทับของมนุษย์ที่พบในชั้นหินปูน ซึ่งประมาณว่ามีอายุ 110 ล้านปี เป็นต้น แล้วยังมีสิ่งที่เชื่อว่าเป็นฟอสซิลนิ้วมือของมนุษย์ ที่พบในเขต อาร์กติกของแคนาดาอีก ชิ้นนี้มีอายุราว 100-110 ล้านปี ไม่แต่เท่านั้น ยังมีการพบรอยเท้ามนุษย์ ซึ่งมองเหมือนสวม รองเท้าแตะ ที่เมืองเดลตา มลรัฐยูทาห์ ในชั้นหินดินดาน อายุราว 300-600 ล้านปีด้วย




อันดับ 4 Out-of-Place Metal Objects
4.jpg 

เมื่อ 65 ล้านปีก่อน ตามตำราบอกว่ามนุษย์ยังไม่เกิด และแน่นอนเรื่องช่างโลหะย่อมไม่มีแน่ แต่แล้วในฝรั่งเศสดันมีการค้นพบท่อโลหะ ทรงกึ่งรูปไข่ ที่ขุดพบในหินชอล์ก ยุคครีเตเชียส(Cretaceous) ซึ่งเป็นยุคสุดท้ายของยุคเมโสโซอิค หรือ "ยุคไดโนเสาร์" ก่อนทวีปต่างๆ ก็ได้แยกออกจากกันเช่นในปัจจุบันได้อย่างไรกัน? ...นอกจากนี้ยังมีตัวอย่างกรณีทำนองนี้มีมากมาย เช่น...เมื่อปี 1885 มีการพบท่อ โลหะในก้อนถ่านหิน ซึ่งเห็นได้ว่าทำขึ้นด้วยฝีมือของมนุษย์ ...เมื่อปี 1912 คนงานของโรงไฟฟ้าแห่งหนึ่งก็เจอกาน้ำโลหะใน ถ่านหินก้อนใหญ่ จากยุคหิน(Mesozoic)




อันดับ 3 Ark Of The Covenant

3.jpg 

หรือหีบพันธะสัญญานั้นเองครับ ที่จริงยังไม่มีใครเจอมันหรอก แต่เรื่องราวที่เกี่ยวกับมันนั้นช่างน่าพิศวงเหลือเกิน
ลักษณะของหีบพันธะสัญญาคร่าวๆ ตามตำนาน เล่าว่า เป็นหีบรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทำด้วยไม้ชิดติม (Shittim) ยาว 2.5 คิวบิท กว้าง และสูงเท่ากัน คือ 1.5 คิวบิท (เทียบหน่วยคิวบิทของอียิปต์ ซึ่ง 1 คิวบิทเท่ากับ 525 ซ.ม. หีบก็จะยาว 1.3 เมตร กว้างและสูง 76 ซ.ม. )บุด้านนอกและด้านในด้วยแผ่นทองคำ โดยรอบหีบด้านบนยกเป็นขอบสูงขึ้นเล็กน้อย ที่มุมสี่ด้านมีห่วงทองคำสำหรับสอดไม้คาน เพื่อแบกหามเวลาเดินทาง และไม้คานทำจากไม้ชนิดเดียวกันหุ้มด้วยแผ่นทอง(มีคำสั่งห้ามถอดไม้คานออกด้วย) ส่วนฝาหีบ เรียกว่าMercy Seat หรือ “การุณอาสน์” มีขนาดรับกับตัวหีบ และบุแผ่นทองเช่นเดียวกัน ด้านบนมีเทวดาสององค์สยายปีก หันหน้าเข้าหากัน ปีกทั้งสองโอบคล้ายซุ้มโค้งเหนือหีบ

มีเรื่องเล่ากันว่า หีบพันธะสัญญาเป็นหีบที่สร้างขึ้นตามพระบัญชาของพระเจ้า(??) เพื่อเป็นที่บรรจุแผ่นหินจารึกบัญญัติ 10ประการของพระองค์ ที่ประทานแก่ โมเสส ในระหว่างที่เขาพาพวกฮีบรูเร่ร่อนอยู่กลางทะเลทราย อันกันดาร โดยชนชาวฮีบรูจะแบกหีบแห่งพันธสัญญาตลอดการเดินทางในพระคัมภีร์ไบเบิลเล่าถึงความศักดิ์สิทธิ์และอิทธิฤทธิ์ของหีบ ที่มีพลังมากมายมหาศาลถึงขั้นสามารถทำลายล้างผู้บังอาจเข้าไปแตะต้อง และถูกพระเพลิงเผาวอดตาย
แน่นอนหลายคนที่ได้รู้เรื่องราวหีบพันธะสัญญานี้ได้บอกว่ามันน่าเหลือเชื่อและหากเป็นเรื่องจริงละก็มันน่าจะเป็นวิทยาการอะไรสักอย่างที่ไม่มีในยุคนั้น ดังนั้นจึงมีข้อสันนิฐานตามมาว่า หีบพันธะสัญญาน่าจะ ขวดแก้วไลเดน (Leyden Jar) ซึ่ง ปีเตอร์ แวน มุสเซนโบรค ได้คิดค้นขึ้น เมื่อปี ค.ศ. 1745 (เป็น อุปกรณ์เก็บสะสมประจุไฟฟ้า แบบง่าย) ซึ่งอุปกรณ์ทั้งสองอย่างนี้เกี่ยวกับไฟฟ้าทั้งสิ้น สมัยก่อนนั้นมีการใช้ไฟฟ้าได้อย่างไรกัน?? และจนบัดนี้ก็ยังไม่มีใครพบหีบพันธะสัญญาที่แท้จริง ทำให้ไม่สามารถรู้ว่าหีบพันธะสัญญาคืออุปกรณ์อะไรกันแน่




อันดับ 2. The Coso Artifact

2.jpg 

ขณะออกไปหาเก็บก้อนแร่และหินสวยงามบนเทือกเขาโอ ลัน คา ในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ในช่วงฤดูหนาวของปี 1961 วอลเลซ เลน(Wallace Lane), เวอร์จิเนีย แม็กซี(Virginia Maxey) และไมค์ ไมค์เซล(Mike Mikesell) ได้เจอหินที่เข้าใจว่าเป็นแก้วผลึก ก้อนหนึ่ง ทั้งสามชอบใจมาก เพราะคิดว่าถ้าเอากลับไปขายที่ร้านอัญมณี ของตัวเอง คงได้ราคาพอควร แต่เมื่อกะเทาะออกดู ไมค์เซลก็เจอวัตถุชิ้นหนึ่งอยู่ข้างใน มองเหมือนเครื่องเคลือบสีขาว ตรงกลางมีแท่งโลหะแวววาว ผู้เชี่ยวชาญประมาณว่า ต้องใช้เวลาร่วม 500,000 ปี กว่าที่เจ้าก้อนผลึกนี้จะก่อตัวห่อหุ้มวัตถุนี้ไว้ภายในได้เช่นนี้ ทั้งๆ ที่วัตถุดังกล่าวมองเหมือนเป็นผลงานจากน้ำมือของมนุษย์ เมื่อตรวจสอบเจ้าแท่งโลหะดังกล่าวอย่างละเอียดด้วยการ เอกซเรย์ ก็พบว่ามันมีสปริงเล็กๆ ติดอยู่ที่ปลายข้างหนึ่ง บางคนที่ได้เห็น บอกว่ามันมองเหมือนหัวเทียนของเครื่องยนต์ แล้วหัวเทียนเข้าไปอยู่
ในก้อนหินอายุ 5 แสนปีได้อย่างไร?




อันดับ 1 Piri Reis

1.jpg 

ในปี ค.ศ. 1979 ในระหว่างที่มีการซ่อมแซมมหาราชวังคอนสแตนทิโนเปิล (Constantinople) ในอิสตันบูล ประเทศตรุกี ก็ได้มีการค้นพบภาพวาดแผนที่ที่ถูกวาดลงบนหนังกวาง ซึ่งถูกวาดขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1513 แผนที่ดังกล่าวมีการลงชื่อแสดงความเป็นเจ้าของโดยของนายทหารเรือชาวเติร์กชื่อ Piri Haji Memmed ทำให้มีการเรียกแผนที่นี้ว่า Piri Reis คาดว่ามันถูกทำขึ้นเมื่อ ปี ค.ศ. 1513แผนที่ของ Piri Reis เป็นสิ่งที่ท้าทายนักประวัติศาสตร์อย่างมาก เนื่องด้วยแผนที่นี้มันแสดงภูมิศาสตร์สมบูร์แบบเกินกว่าแผนที่ธรรมดาทั่วไป อีกทั้งยังมีเส้นรุ้งเส้นแวงที่ชัดเจน ซึ่งเป็นไปตามหลักวิชาการแผนที่สมัยใหม่ทุกประการ มันแสดงถึงพิ้นที่ของทวีปอาฟริกาใต้อย่างละเอียดละออเป็นพิเศษ รวมไปถึงทวีปอื่นๆอย่างคร่าวๆ ซึ่งนับว่าเหลือเชื่อที่สุด เพราะถูกทำขึ้นหลังจากโคลัมบัสคนเก่ง ค้นพบโลกใหม่ เพียง 21 ปีเท่านั้น เวลาสั้นๆแค่นี้ไม่น่า จะมีใครสำรวจจนทำแผนที่ที่แทบจะครอบคลุมโลกแบบนี้ออกมาได้ ยิ่งน่าทึ่งกว่านี้อีกคือมันมีทวีปแอนตาร์กติก้าด้วย ซึ่งสมัยนั้นยังไม่มีการค้นพบทวีปดังกล่าวนี้เลย 
( อนตาร์กติก้าค้นพบราวๆ ปี 1800) เขาสามารถแสดงชายฝั่งของทวีปที่อยู่ภายใต้น้ำแข็งหนาเป็นกิโลได้อย่างไรหากไม่ใช้กรรมวิธีสมัยใหม่ทางภูมิศาสตร์ที่เรียกกันว่าการสำรวจจากทางอากาศจนบัดนี้ก็ยังไม่มีใครอธิบายได้ว่าคนวาดแผน Piri Reis นี้มีวิธีการวาดอย่างไรถึงทำให้มีความสอดคล้องกับข้อมูลทางธรณีในยุคปัจจุบัน ทั้งๆที่มันถูกวาดขึ้นในปี 1513

ที่มา: http://xn--12cm1bdm3dom1f0bd4e.com/thread-243-1-1.html

วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

แนะนำตัวครับ

Hello!!

ชื่อ    พีรวัส    นามสกุล   คงเอี่ยม    
ชื่อเล่น   เอิธ
อายุ   17  ปี
เกิด วันที่ 18 เดือน มกราคม พ.ศ.2539
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ห้อง 1 
ศึกษาอยู่ที่ โรงเรียน เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ สุวินทวงศ์
สิ่งชอบ: เล่นเกมออนไลน์ อ่านหนังสือการ์ตูน  เล่นกีฬา บาสเกตบอล

วันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

สัตว์แปลก ที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่ามีอยู่บนโลก

โลกเรานี้มีสิ่งมีชีวิตอยู่มากมายหลายสายพันธุ์ด้วยกันครับ บางชนิดเราก็พบเห็นได้ทั่วไป บางชนิดก็เคยเห็นผ่านสารคดี บางชนิดก็สูญพันธุ์ไปแล้ว แต่ก็ใช่ว่าเราจะเคยพบเห็นสัตว์มาแล้วครบทุกชนิดบนโลกนะครับ โดยเฉพาะสัตว์แปลกๆ หายาก ที่ยังไม่เคยมีคนพบเห็นมาก่อน หรือมีไม่กี่คนที่เคยพบเจอมัน วันนี้ผมก็นำเรื่องราวของสัตว์แปลกๆ บางชนิดมาให้ชมกันครับ

1.Sea Pig
ถึงจะชื่อแบบนี้ แต่ก็ไม่ใช่สัตว์สายพันธุ์เดียวกับหมูนะครับ แต่ด้วยละตัวของมันที่กลมๆ ทรงคล้ายลำตัวหมู ทำให้ผู้คนเรียกกันอย่างนั้น แต่เอาจริงๆ แล้วมันคือปลิงจำพวกหนึ่ง ที่อาศัยอยู่ในทะเลลึก 1,000 เมตรลงไป มีขาทรงกระบอกมากมายอยู่รอบตัวครับ

2.Thorny Dragon
เป็นกิ้งก่าทะเลทรายสายพันธุ์หนึ่งของออสเตรเลีย ชาวพื้นเมืองบางคนจะเรียกมันว่า Mountain Devil ไม่ก็ Moloch มันเป็นกิ้งก่าที่มีเกล็ดแหลมคมเหมือนมังกร ซึ่งมีไว้ป้องกันตัวจากสัตว์นักล่าต่างๆ แถมเป็นกิ้งก่าที่มีอายุยืนมากๆ ถึง 20 ปีเลยทีเดียว

3.Purple Indian Frog
เป็นกบที่มีรูปร่างประหลาดสุดๆ คือมีลำตัวกลมแบนราบ และมีหัวเล็กนิดเดียว และสามารถพบได้ที่ประเทศอินเดียเท่านั้น สาเหตที่มันเป็นสัตว์หายากมากๆ เพราะมันใช้ชีวิตส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในน้ำ และใช้เวลาขึ้นบกเพื่อผสมพันธุ์เพียงแค่ 2 สัปดาห์ต่อปีเท่านั้น

4.Blue Parrotfosh
เป็นปลานกแก้วสายพันธุ์หนึ่ง ที่มีขนาดลำตัวยาว 30 - 75 เซนติเมตร บางตัวที่โตเต็มที่อาจยาวได้ถึง 1.2เมตรเลยทีเดียว จุดเด่นของมันอยู่ที่รอยยิ้มและฟันที่เรียงเป็นรูปคล้ายมนุษย์

5.Bush Viper
Bush Viper นั้นมีอยู่หลายรูปแบบด้วยกัน ซึ่งเจ้าตัวนี้ก็เป็นรูปแบบหนึ่งของ Bush Viper เป็นงูขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในป่าเขตร้อนของประเทศแอฟริกา ออกหากินเวลากลางคืน ถึงแม้เกล็ดของมันจะมีหนามแหลมรอบๆ ตัวไปหมด แต่ที่จริงแล้วเป็นงูที่ไม่มีพิษภัยครับ

6.Saiga Antelope
ละมั่งสายพันธุ์หนึ่งที่เคยมีอาศัยอยู่ทั่วไปที่จีนและแถบมองโกเลีย แต่ก็สูญพันธุ์จากพื้นที่เหล่านั้นไปหมดแล้ว จุดเด่นของมันคือมีจมูกที่ใหญ่มากๆ ยื่นออกมาจากจุดที่เป็นจมูกของสัตว์สายพันธุ์นี้ทั่วไป

7.Giant Isopod
กั้งขนาดยักษ์ที่ตัวใหญ่กว่าหัวคนซะอีก และสามารถพบได้ที่ใต้ทะเลลึกเท่านั้น

8.Venezuelan Poodle Moth
ตัวมอธสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งมีการค้นพบในแถบประเทศเวเนซูเอล่าเมื่อปี 2009 ที่ผ่านมานี้เองครับ ด้วยลำตัวที่เต็มไปด้วยขนปุกปุยเหมือนสุนัขพุดเดิ้ล ทำให้ใครๆ ต่างก็เรียกมันแบบนี้ แถมยังเป็นตัวมอธที่หน้าตาน่ารักซะด้วยสิ 

9.Mantis Shrimp
เป็นกั้งอีกสายพันธุ์หนึ่ง ที่มีชื่อเรียกอีกหลากหลายว่า Sea Locusts, Prawn Killers และ Thumb Splitters โดยที่เจ้ากั้งตัวนี้มีความเป็นนักล่าในตัวสูงมาก แถมยังเป็นสัตว์หายากมากๆ อีกด้วย

10.Blue Dragon
เป็นสัตว์จำพวกทากทะเลสายพันธุ์ Glaucus Atlanticus มีความสามารถพิเศษที่ทำให้ตัวเองลอยอยู่เหนือผิวน้ำได้ด้วยการพองถุงก๊าซในกระเพาะอาหารของตัวมันเอง พวกมันสามารถอาศัยอยู่ได้แค่ในแถบทะเลที่อุณหภูมิของน้ำอุ่นเท่านั้น

11.Hummingbird Hawk-Moth
เป็นตัวมอธชนิดหนึ่ง ที่มีรูปร่างเหมือนนกฮัมมิ่งเบิร์ด ที่มีปีกและหนวดเหมือนตัวมอธ ชอบดูดกินน้ำหวานและมีการกระพือปีกที่ถี่เหมือนนกฮัมมิ่งเบิร์ดไม่มีผิด

12.Lowland Streaked Tenrec
สัตว์ที่ดูคล้ายเม่น ตัวสีดำแถบเหลือง มีลักษณะเด่นที่ชอบสะบัดตัวให้ขนกระทบกันเป็นเสียงเพื่อหาคู่เวลาฤดูผสมพันธุ์ ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงชนิดเดียวที่ใช้วิธีหาคู่แบบนี้ สามารถพบได้ในแถบมาดากัสการ์ แต่ก็ใช่ว่าจะเจอกันง่ายๆ

13.Umbonia Spinosa
แมลงรูปร่างพิลึกกึกกือ ที่มีกระดองแข็งกลางหลัง แถมแข็งเหมือนพวกเต่าทอง และมีหนามแหลมยื่นออกมาซะยาว ซึ่งแม้แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ไม่เข้าใจว่ามันจะมีไปให้หนักตัวทำไม พวกมันชอบเจาะก้านไม้อ่อนๆ เพื่อดูดน้ำเลี้ยงกิน

14.Blind Snake
งูประหลาดไม่มีตา ที่ประเทศไทยก็น่าจะเคยเห็นแชร์กันผ่าน Social Network กันมาบ้างแล้ว สัตว์ชนิดนี้มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Atretochoana eiselti ถูกค้นพบเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว นักชีววิทยาพบงูเหล่านี้อาศัยอยู่ก้นแม่น้ำมาเดรา โดยพบทั้งหมด 6 ตัว แต่ละตัวมีความยาวประมาณ 1 เมตรแม้รูปร่างจะเหมือนงู แต่พวกมันไม่ใช่สัตว์เลื้อยคลาน มันเป็นญาติกับสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำอย่างซาลามานเดอร์และกบมากกว่า

15.Red-Lipped Batfish
ปลาที่มีรูปร่างชวนฮาตัวนี้อาศัยอยู่ที่เกาะกาลาปากอส นอกจากปากแดงๆ ที่เหมือนสาวทาลิปสติกแล้ว จุดเด่นอีกอย่างของมันคือมันจะไม่ว่ายน้ำเหมือนปลาทั่วไป แต่ใช้ครีปที่แข็งเหมือนขาของมันเดินอยู่บนพื้นใต้น้ำมากกว่าครับ

16.Narwhal
เป็นปลาวาฬชนิดที่แปลกประหลาด คือตัวผู้จะมีเขาแหลมบิดเป็นเกลียวยาวมากๆ อยู่บนหัว พวกมันอาศัยอยู่ตามแถบทะเลอาร์กติก ซึ่งเขาแหลมๆ นี้จะยื่นออกมาจากฟันกรามด้านซ้ายของพวกมัน ปัจจุบันถือเป็นสัตว์สงวนที่ใกล้สูญพันธุ์ไปทุกที

17.Panda Ant
มดที่พวกเรารู้จักกัน ก็มักจะเป็นมดแดง มดดำฯลฯ แต่เจ้ามดตัวนี้มีสีขาวลายดำแถมด้วยขนปุกปุย เหมือนหมีแพนด้า แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วมันไม่ใช่มดครับ แต่เป็นตัวต่อ ซึ่งตัวเมียจะไม่มีปีก และมีขนาดพอๆ กับเหรียญบาทไทย เห็นน่ารักแบบนี้ก็อย่าดูถูก เพราะว่าพิษของพวกมันแรงมากเลยทีเดียว

18.Pachu Fish
ปลาที่มีฟันเหมือนกับมนุษย์เป็นอย่างมาก มีถิ่นกำเนิดอยู่แถบอเมริกาใต้ ทำให้มันมีชื่อเรียกว่า Pachu นักสัตว์วิทยาเชื่อว่ามันเป็นปลาที่มีเชื้อสายเกี่ยวข้องกับปิรันย่าอีกด้วย เพราะฟันที่แข็งแรงของมันสามารถฉีกเนื้อมนุษย์กินได้อย่างสบายๆ

19.Okapi
เพื่อนๆ เห็นเจ้าตัวนี้แล้วคิดเหมือนผมไหมครับ มันน่าจะเป็นม้าสักสายพันธุ์หนึ่งมาผสมกับม้าลายแน่ๆ แต่ถ้าคิดแบบนั้นล่ะก็ผิดถนัดครับ เพราะมันเป็นสัตว์สายพันธุ์เดียวกับยีราฟต่างหาก มีถิ่นกำเนิดจากคองโก ทางตอนกลางของทวีปแอฟริกาครับ

20.Shoebill
นกที่มีลักษณะพิเศษอยู่ที่ปากใหญ่ๆ รูปทรงคล้ายกับรองเท้าหนังเหมือนกับชื่อของมัน สามารถพบได้บริเวณแถวหนองน้ำตั้งแต่แถวซูดานไปจนถึงแซมเบีย ทางตะวันออกของทวีปแอฟริกา แถมยังเป็นนกที่มีขนาดใหญ่มากๆ ตัวโตเต็มที่สามารถสูงได้ถึง 150 เซนติเมตรเลยทีเดียว